• Exp
  • WDR
  • Pro Slide Nvr4104
  • 192.168.1.88 Ch7 20161005190438 20161005190602
  • แจ้งเตือนหากวัตถุผ่านกรอบที่กำหนด

    Article

    บทความและความรู้ต่างๆ โดยเขียนจากความรู้ความเข้าใจ กลั่นกรองจากประสบการณ์ของทีมงานเราเองครับ

    เครื่องนับจำนวนขั้นสูง (ขั้นเทพ)

    เครื่องนับจำนวนแบบ Advance (แบบขั้นเทพ) อันนี้ไม่ได้เขียนเอาเล่นๆ เพราะมันเทพจริงๆ

     

    ก่อนอื่นไปอ่านระบบประหยัดก่อน


    เครื่องนับจำนวน, การนับจำนวน เข้า-ออก คน,รถ ที่ผ่านประตู หรือบริเวณที่กำหนด (อย่างมีเงื่อนไข)

     

    ข้อจำกัดของระบบเก่าที่อยู่ที่ลิงค์ด้านบนคือ ไม่สามารถ นับคนที่เดินซ้อนกัน/เดินจูงมือกัน หรือ เดินกรูเข้ามาพร้อมๆกันได้

     

    เราจึงไปเสาะแสวงหาระบบที่มันทำได้มาให้ครับ

     

         แบบใหม่นี้ สามารถใช้ได้ร่วมกันทั้ง 2 ระบบ ทั้ง Analog และ IP 

         โดยที่สามารถวิเคราะห์ ได้หากหลายอย่าง โดยหนึ่งในความสามารถนั้น มันสามารถที่จะ "นับจำนวนได้" แบบว่า

     

    คนที่เดินเข้ามามีจำนวนมหาศาล

     

    สามารถทำได้ โดยสามารถวิเคราะห์ ได้ ณ ขณะนั้นเลยหรือสามารถเอาภาพวีดีโอมาวิเคราะห์ทีหลังก็ได้!

     

    โดยอุปกรณ์จะประกอบไปด้วย Hardware และ softwear และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ระบบกล้องวงจรปิด

     

    ดูภาพตัวอย่างด้านล่าง

     

    ไฟล์วีดีโอมีเสียงนะครับ เปิดลำโพงด้วยครับ จะได้ยินเราอธิบาย

     

    ข้อจำกัดมีข้อเดียว..... ราคา

    แน่นอนเทคโนโลยีแบบนี้ ส่วนใหญ่เห็นแต่ในหนัง Hollywood ของจริงมีน้อยมาก ตัวนี้เป็นหนึ่งในนั้นที่ทำได้จริงครับ

    เปรียบเทียบกล้อง 2.0 MP/1.3 MP/ Analog 600 TVL

    ตอนนี้มีกล้องวงจรปิดมาใหม่ที่ชัดกว่าเดิม เรียกว่าระบบ HD TVI

    HD TVI นี้ ตอนนี้สามารถทำความคมชัดได้สูง โดยมีความละเอียดอยู่ที่ 2.0 และ 1.3 MP

    ลูกค้าชอบถามว่ามันชัดไหม คุ้มค่าไหมที่จะเพิ่มเงินเอารุ่นใหม่นี้ เราเลยเอาภาพมาให้ดู

    ภาพที่เราให้ดูด้านล่างนี้ใช้เครื่องบันทึกเดียวกัน มีเพียวอย่างเดียวที่ต่างกันคือ กล้อง โดยที่เราเปรียบเทียบกล้อง 3 แบบคือ

    1 กล้อง HD-TVI 2.0 MP

    2 กล้อง HD-TVI 1.3 MP

    3 กล้อง Analog ธรรมดา 600 TVL

     

    ภาพออกมาทั้ง 3 กล้อง ตรงนี้ยังไม่เห็นภาพว่าแตกต่างกันเท่าไหร่เพราะภาพเล็ก

    แต่พอเราดูภาพขายจะเห็นว่าแต่ต่าง





    โดยที่เราตัดภาพซูมตรงนาฬิกามาให้ดูว่าเวลาเราซูมไปที่ภาพแล้วมันแตกต่าง ความละเอียดของภาพแต่ต่างกันมาก


    เวลาที่เราใช้งานจริงจะมีการซูม เพราะหน้าตาคนที่บันทึกได้จะขนาดไม่ใหญ่ จึงจำเป็นต้องซูมเพื่อให้เห็นรายละเอียด

    กล้อง analog แบบเก่าก็หมดสิทธ์ ซูมไปแล้วภาพแตก ใครเป็นใครดูไม่รู้เรื่อง ส่วน 1.3 MP ภาพจะดีขึ้นมาก แต่ 2.0 MP ภาพจะแจ่มที่สุดในกรณีนี้

    ตอนนี้เราแนะนำ HD-TVI ครับ

    กล้อง IP ที่ไม่ต้องเดินสายไฟ

    โดยปกติอุปกรณ์ไฟฟ้าต้องมีสายไฟ เพื่อนำไปหล่อเลี้ยงระบบอิเลคโทรนิคอยู่แล้ว ซึ่งกล้องวงจรปิดก็เช่นกัน


    ในอดีตนั้น สายที่ออกมาจากกล้องวงจรปิดนั้น จะต้องประกอบไปด้วย

    1. สายสัญญาณ

    2. สายไฟ


    ซึ่งในระบบ Analog นั้นก็จะหนีไม่พ้นที่จะต้องมีสายที่ว่าทั้ง 2 เส้นนี้ แต่เมื่อมีการพัฒนากล้อง IP ออกมา กล้องบางรุ่นมีความสามารถพิเศษที่สามารถจ่ายไฟไปในสายสัญญาณได้ เท่ากับว่าเราเดินสายสัญญาณ เพียงแค่เส้นเดียว สายไฟไม่ต้องใช้  


    ระบบที่ว่านี้เราเรียกว่า PoE = Power Over Internet



    ลูกค้าบางท่านอาจจะคิดว่า แค่ประหยัดสายไฟไปแค่เส้นเดียว จะมาเขียนอธิบายทำไมกันแค่นิดเดียวเอง


         สายไฟ THW ต้นทุน 15 บาท/เส้น/เมตร ซึ่งเราต้องใช้ 2 เส้น สำหรับ  นิวตรอนและไฟ....หากเราติดกล้อง สัก 16 ตัว ที่ตัวละ สัก 80 เมตร = 1,280 เมตร ซึ่งต้องใช้ 2 เส้น รวมเป็นเงิน 38,400 บาท..... เห็นหรือยังครับ ว่าเราเขียนถึงทำไม


         นี่แค่กล้อง 16 ตัวนะครับ แล้วถ้าติด 30-40 ตัวนี้ แค่เฉพาะต้นทุนของผู้รับเหมามันก็เฉียดแสนแล้ว....ซึ่งแน่นอน ถ้าให้เราทำก็ต้องบวกต้นทุนค่าแรงงานและ กำไรเข้าไปในนั้นด้วยแน่นอน


    มาเจาะเรื่อง PoE ลึกๆ แบบ ภาษาชาวบ้านกัน


    สาย LAN ที่เราใช้กันตามบ้านเนี่ย จะมีอยู่ทั้งหมด 8 เส้น ซึ่งในการใช้งานรับส่งข้อมูลนั้น เราใช้แค่เพียง 4 เส้นเท่านั้น... แปลว่าที่ผ่านมานั้น เราใช้สาย LAN แค่ครึ่งเดียว (4เส้น) มาตลอด โดยที่ 4 เส้นที่เหลือไม่เคยถูกนำมาใช้งานเลย...




    ต่อมาไอ่เจ้า PoE ที่ว่าเนี่ย เกิดขึ้นมา และมาใช้ประโยชน์จากสายที่เหลืออีก 4 เส้นนี้แหละ ซึ่งการจ่ายไฟ PoE เค้าจะจ่ายไฟเป็นกระแสตรง 48V ซึ่งจะไม่รบกวน/หรือเหนี่ยวนำให้สายสัญญาณนั้นถูกรบกวนแต่อย่างใด


    ดังนั้น เราจึงเดินสาย LAN เพียงแค่เส้นเดียว โดยสาย LAN นั้นจะมี ไฟและสายสัญญาณ จ่ายไปด้วยกัน... 


    อันนี้วิชาการ ใครไม่อยากปวดหัว ไม่ต้องอ่าน ข้ามไปได้เลยครับ

    ======================================================================


    ทำความรู้จักมาตรฐานPOE IEEE 802.3af และ IEEE 802.3at

    POE ตามมาตรฐาน IEEE แบ่งออกเป็นสองมาตรฐานหลักๆด้วยครับคือ 802.3af ปี 2003 และ 802.3at ปี 2009 โดยทั้งสองมาตรฐานมีความแตกต่างกันเรื่องกำลังของกระแสไฟ้ฟ้าที่ส่งไปบนสาย UTP เพื่อจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครือข่ายต่างๆเช่น Access Point, VoIP Phone, CCTV IP-Camera เป็นต้น
    IEEE 802.3af รองรับการส่งไฟฟ้ากระแสตรง(DC) สูงสุด 15.4 Watt, 48V, 350mA (ต่ำสุดที่ 44VDC) ไปยังอุปกรณ์เครือข่ายปลายทาง (Powered Device) โดยกระแสไฟฟ้าจะมีเฉลี่ยที่ปลายสายเพียง 12.95Watt เนื่องจากต้องมีการสูญเสียพลังงานไปตามระยะทางของสาย UTP นั่นเอง
    IEEE 802.3at หรือที่รู้จักกันในนาม POE+ หรือ POE Plus ซึ่ง 802.3at จะมีรองรับการส่งไฟฟ้า DC ที่มีกำลังสูงถึง 25.5Watt หรือมากได้ถึง 50Watt เมื่อใช้สายทุกคู่ในการส่งกระแสไฟฟ้า



    ทำความรู้จักมาตรฐานPOE IEEE 802.3af และ IEEE 802.3at


    POE ตามมาตรฐาน IEEE แบ่งออกเป็นสองมาตรฐานหลักๆด้วยครับคือ 802.3af ปี 2003 และ 802.3at ปี 2009 โดยทั้งสองมาตรฐานมีความแตกต่างกันเรื่องกำลังของกระแสไฟ้ฟ้าที่ส่งไปบนสาย UTP เพื่อจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครือข่ายต่างๆเช่น Access Point, VoIP Phone, CCTV IP-Camera เป็นต้น


    IEEE 802.3af รองรับการส่งไฟฟ้ากระแสตรง(DC) สูงสุด 15.4 Watt, 48V, 350mA (ต่ำสุดที่ 44VDC) ไปยังอุปกรณ์เครือข่ายปลายทาง (Powered Device) โดยกระแสไฟฟ้าจะมีเฉลี่ยที่ปลายสายเพียง 12.95Watt เนื่องจากต้องมีการสูญเสียพลังงานไปตามระยะทางของสาย UTP นั่นเอง ปัจจุบัน บ้านเราใช้แบบนี้เป็นหลักสำหรับกล้องวงจรปิด


    IEEE 802.3at หรือที่รู้จักกันในนาม POE+ หรือ POE Plus ซึ่ง 802.3at จะมีรองรับการส่งไฟฟ้า DC ที่มีกำลังสูงถึง 25.5Watt หรือมากได้ถึง 50Watt เมื่อใช้สายทุกคู่ในการส่งกระแสไฟฟ้า


         สาเหตุที่ต้องมีการพัฒนามาตรฐาน 802.3at ขึ้นมานั้น ก็เนื่องจากแต่ก่อนอุปกรณ์เครือข่ายอย่าง Access Point แบบ IEEE 802.11b/g ธรรมดา หรือ VoIP Phone นั้น มีความต้องการกระแสฟ้าในระดับ 8-12 Watt ซึ่งมาตรฐาน 802.3af ก็สามารถรองรับได้ แต่เมื่ออุปกรณ์เครือข่ายอย่าง Access Point มีการพัฒนาไปใช้เทคโนโลยี MIMO ที่มีภาคส่งสัญญาณหลายStream ซึ่งต้องการไฟมากขึ้น และยังมี Access Point ประเภท Dual Radio ที่รองรับย่าน 2.4GHz และ 5GHz พร้อมๆกัน ซึ่งยิ่งต้องการไฟในระดับ 20-30Watt ขึ้นไป ซึ่งต้องการ POE แบบ 802.3at ซึ่งสามารถกระแสไฟที่มีกำลังสูงกว่าได้นั่นเอง


    ======================================================================


    ประโยชน์ของเทคโนโลยี POE

    1. ประหยัดกว่าเดินสายไฟ และในบางสถานที่ การเดินสายไฟ AC ใหม่ไปยังสถานที่ติดตั้งอุปกรณ์ Access Point อาจจะเป็นไปไม่ได้
    2. ติดตั้งง่ายและรวดเร็วกว่า เพราะใช้สายเพียง UTP เพียงเส้นเดียวไม่ต้องลากสายไฟใหม่ หมดกังวลในการหาที่ติดตั้งปลั๊กไฟ และลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการดูแลรักษาอีกด้วย หากกล้องค้าง ต้องการปิด เปิดใหม่ เพียงแค่ ปิดเปิด Switch ก็ทุกตัวก็เหมือน reboot กล้องทุกตัวได้
    3. รองรับความเร็วระดับ Gigabit กล้องที่ความคมชัดระดับ 5.0 MP ก็ใช้งาน PoE ได้
    4. ไฟแบบ 48V DC สามารถทำระบบ Back-up ไฟได้ง่ายกว่า โดยสามารถสร้างระบบสำรองไฟด้วย Battery และยังช่วยสร้างระบบบริหารกระแสไฟจากส่วนกลางได้อีกด้วย

    ดังนั้น หากเราต้องการใช้ PoE นี้ แปลว่าเราจะต้อง

    1. ติดตั้งกล้อง IP เท่านั้น
    2. กล้องที่ใช้ จะต้องรอรับ PoE ด้วย หากกล้องไม่รองรับ ต้องไปหา PoE Spliter มาใส่
    3. ตัว switch HuB ที่ใช้ จะต้องมีความสามารถจ่าย PoE ได้ 



    หาก Switch/HUB ทำไม่ได้ ต้องไปซื้ออุปกรณ์ มาเพิ่ม เพื่อทำให้เป็น PoE ให้ได้ เราเรียกมันว่า PoE Injector




    ซึ่งกล้องส่วนใหญ่ที่ไม่ถูกเกินไปนัก ส่วนใหญ่ จะมีฟังชั่น PoE มาให้อยู่แล้ว

    จบการอธิบายเรื่อง PoE "กล้องที่ไม่ต้องเดินสายไฟ" 


    การใช้งานกล้องวงจรปิดผ่าน Web ผ่านคอมบนคอมพิวเตอร์แบบคร่าวๆ

    เราทำ vdo นี้ขึ้นมาเพื่อให้มองเห็นภาพว่าการใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์มันจะเป็นลักษณะ อย่างไรใช้ง่ายยากแค่ไหน

    ลองดู Video นะครับ

    เรา upload ขึ้น youtube จึงต้องลดความละเอียดลดนะครับ ภาพจริงจะชัดกว่านี้พอสมควรครับ

     

    ทำไมต้องใช้ HD-CVI? มันดีกว่ายังไง ดีกว่า กล้อง IP อีกเหรอ?


    HDCVI (High Definition Composite Video Interface) is an over-coaxial-cable analog HD video transmission standard which developed in-house. The technology renders two HD video formats—1920H (1920×1080) & 1280H (1280×720) by progressive scanning.



    แปลเป็นภาษาชาวบ้านว่า กล้องความคมชับแบบ HD โดยสัญญาณที่ใช้เป็นแบบ Analog หรือสาย RG นี้แหละ ซึ่งมีความละเอียดอยู่สองระดับคือ 1.3ล้าน (หรือ 720p) และ 2.0 ล้านพิกเซล (หรือ 1080P) โดยส่งสัญญาณแบบ โปรแกรสซิบ จ๊ะ....


    งงอยู่ไหมครับ...ผมสรุปเลยว่า (สรุปแบบไม่อ้างอิงจากใคร บ.ลิงค์มาสเตอร์เขียนเอง แปลจาก website ผู้ผลิต)

    1.เทคโนโลบีนี้กล้องที่มีความละเอียดแค่ 2 แบบ คือ 1.3 ล้าน และ 2.0 ล้าน

    2.สายที่ใช้เดินสัญญาณภาพจากกล้องไปหาเครืองบันทึกใช้สาย RG6 ซึ่ง

        - ความละเอียดที่ 2 ล้านเดินสายได้ไกลสุด 300 เมตร

        - ความละเอียดที่ 1.3 ล้านเดินสายได้ไกลสุด 500 เมตร

     มันดีตรงที่ไม่ต้องใช้สายแลน เพราะสายแลนด์ เดินได้ไกลสุด 100 เมตร หากไกลกว่านั้นต้อง Fiber Optic ซึ่งแพง....(จริงๆ ตัวFiber optic เนี่ยไม่เท่าไหร่ มันแพงตรงอุปกรณ์ส่วนควบที่ต้องใช้ เช่น media converter ค่าแรงเข้าหัว Fiber ตู้,ถาดเก็บหัว, สาย patch cord ฯลฯ... คืออุปกรณ์มันเยอะครับ) 

    3. มันติดตั้งง่าย ไม่ต้องconfig IP เสียบปุ๊บ ภาพขึ้นเลย เพราะมันเดินสาย แบบ point to point

    4. สาย RG6 เส้นเดียว ส่งได้ทั้งภาพ และเสียงและ control กล้อง Speed dome ได้ภายในเส้นเดียวกัน


    5. ราคาถูกว่า IP ครึ่งนึง เพราะอุปกรณ์ ที่ใช้ระบบกล้อง IP มีราคาสูงกว่า เท่าตัว


    มันดีกว่า IP  อีกเหรอ?


    มันไม่ได้ดีกว่าครับ คุณภาพมันต่ำกว่านิดนึง แต่ราคาแพงกว่า Analog นิดเดียว อุปกรณ์ต่อพ่วงก็ถุกกว่า ดูแลรักษาง่ายกว่า การ Upgrade จากของเก่าที่เป็น Analog ก็ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงระบบอะไร ช่างที่ไหนก็ทำให้ได้ (ทำให้ภาพขึ้นจอนะครับ ทำให้ดู online ได้ยังไงก็ต้องใช้ความรู้นิดนึง) มันเลยเป็นเหตุผลที่น่าสนใจมาก


    สมมุติว่า ติด Anlog 4 ตัว 25,000 ติด กล้อง IP ราคาประมาณ 60,000 ติด HD CVI จะประมาณ 32,000 แต่คุณภาพใกล้เคียง กล้อง IP เลย (จริงๆผู้ผลิตเขียนว่ามันเท่า IP แต่เราทดสอบแล้วว่า คุณภาพยังไม่เท่า IP ห่างกันอยุ่สัก 20% เราจีงเขียนว่ามันไม่เท่านะครับ





    กล้องวงจรปิดที่มีความสามารถ ส่งข้อมูลเป็นวีดีโอมาที่โทรศัพท์มือถือเรา เมื่อมีการบุกรุก

    เคยสงสัยมั้ยครับ ว่ากล้องวงจรปิดที่เราติดเอาไว้เนี่ย มันสามารถกันขโมยได้จริงหรือเปล่า หรือติดเอาไว้ดูเฉยๆ

    แล้วถ้ามีการบุรุก เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีการบุกรุก?? 

    เราต้องคอยดูกล้องเรื่อยๆหรือ ว่ามีการบุกรุกแล้ว??  

    แล้วเราจะบังเอิญดูกล้องตอนที่ขโมยเข้ามาพอดีเหรอ? มันจะเป็นไปได้เหรอ?

    เรามีคำตอบครับ

     

         ในอดีตระบบกล้องวงจรปิดจะสามารถแจ้งเตือนผ่าน Email ซึ่งเป็นฟังชั่นพื้นฐาน ซึ่งจากใช้งานจริงแทบไม่มีประโยชน์เลยเพราะไม่มีใครจะเข้ามาอ่านเมลตอนที่บุกรุกได้ทันเวลาหรอกครับ อีกทั้งวิธีการแบบนี้จะสร้าง อีเมลขยะจำนวนมาก เนื่องจากเป็นการใช้การเคลื่อนไหวของกล้องเป็นตัวระบุว่ามีการบุกรุก (แมววิ่งผ่าน, ใบไม้ไหว เครื่องมันก็ส่งอีเมลแล้ว) ซึ่งเราต้องมานั่งดูเมลทุกๆอัน ว่าอันไหนเป็นการบุกรุก?..."มันไม่ใช่ ! "วิธีการแบบส่งผ่าน Email จึงใช้ไม่ได้ในชีวิตจริง

         แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีการบุกรุก หากเราไม่ต้องการติดระบบกันขโมย ร่วมด้วยอีกหนึ่งระบบ?

    ระบบกล้องวงจรปิดของเราสามารถ ส่งข้อมูลเป็นไฟล์วีดีโอมาที่มือถือได้ ขณะที่มีการบุกรุก

    โดยการส่งข้อมูลมาจะเป็น pop up เด้งเตือน ที่มือถือ เหมือน Line เลยทีเดียว... ไม่ใช้การแจ้งเตือนผ่านอีเมลนะครับ ดูไฟล์วีดีโอประกอบ

    เราติดตัว Sensor เอาไว้ที่ประตู ว่าเมื่อไหร่ที่ประตูเปิดออกให้ ส่งไฟล์วีดีโอขณะที่มีการบุกรุกมาเตือนที่ มือถือเราทันที!

    ข้อจำกัด

    1.เราจะต้องมี Smart Phone ที่เป็น iOS หรือ Android 

    2.จะต้องต่อ Internet ตลอดเวลา ทั้งที่บ้าน และ มือถือของเรา ซึ่งในประเทศของเราก็ครอบคลุมซะส่วนมากในกรุงเทพฯ แต่ต่างจังหวัดยังไม่ทั้งหมดนะครับ

    3.หากต้องการใช้งานฟังชั่นนี้จะต้องไปเปิดระบบใน Applicationให้เป็น  "ON"


    นั่นหมายความว่าหากเราไม่ได้เชื่อมต่อกับ Internet ระบบนี้จะไม่ร้องเตือนที่มือถือนะครับ... แต่ภาพยังคงถูกอัดอยู่ที่เครื่องบันทึกที่บ้านอยู่ดีครับ

    หากเราอยู่บ้าน ไม่ต้องการให้มันเตือน ก็ให้สถานะเป็น Off ระบบก็จะไม่เตือน ให้เรารำคาญ

     

     

    ประเภทของตัว Sensor แจ้งเตือน (ที่ใช้กันบ่อยๆ) ซึ่งจะต้องใส่เพิ่มเข้าไปเพื่อให้กล้องวงจรปิดมีความสามารถแจ้งเตือนได้แบบที่เขียนไว้ด้านบน มี 3 ประเภทหลักๆ

    1.Magetic Sensor ติดตามประดูหน้าต่าง
       อุปกรณ์จัมี 2 ตัว ยึดกับประตูหน้าอันนึง ยัดกับวงกบประตูอีกอันนึง.... เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการเปิดประตู มันจะส่งสัญญาณไปที่ เครื่องบันทึก...

       เวลาใช้ ใช้เป็นคู่ครับ ตัวแม่(มีสาย) กับตัวลูก  

       (ราคาพร้อมติดตั้ง คู่ละ 3,000 บาท รวมค่าแรงละสายสัญญาณแล้ว)

     

    2.Motion Sensor ตัวนี้ใช้ติดภายใน (indoor) ที่คนไม่พลุกพล่าน

      ตัวนี้ทำหน้าที่ตรวจจับการเคลื่อนไหว + อุณหภูมิ หามีการบุกรุก ภายในระยะที่กำหนด มันก็จะส่งสัญญาณไปที่เครื่องบันทึก 

      (ราคาพร้อมติดตั้ง ตัวละ 7,000 บาท รวมค่าแรงละสายสัญญาณแล้ว)

     

    3.Beam Sensor เอาไว้ติดภายนอกอาคาร

       ตัวนี้จะใช้เป็นคู่ มีตัวรับกับตัวส่ง.. ซึ่งจะยิงลำแสงอินฟาเรดหากัน โดยจะมีแบบ 1 เส้น 2 เส้น 3 เส้น เมื่อไหร่ก็ตามที่มีอะไรมาบังลำแสงอินฟาเรดนี้ให้ เครื่องก็จะส่งสัญญญาณไปที่เครื่องบันทึก 

       ส่วนใหญ่เราเอาใช้ติดตามแนวรั้วกำแพง หามีคนข้ามมา แล้วให้ร้องเตือนเราก็ทำได้ครับ

       หากเรามีกำแพง 4 ด้านหมายความว่าเราต้องใช้ 4 คู่นะครับ

       (ราคาพร้อมติดตั้ง คู่ละ 6,000 บาท เฉพาะค่าแรงกับเสา ยังไม่รวมสายสัญญาณและท่อสำหรับร้อยสาย)

       

     

    ลูกค้าที่ต้องการฟังชั่นนี้จะต้องแจ้งเราก่อนการติดตั้งนะครับ เพราะจะต้องจัดอุปกรณ์ ต่างๆให้ตรงกับความต้องการและหน้างานด้วย

    หากอ่านบทความนี้แล้วเอาไปลองใช้กับกล้องที่มีอยู่แล้ว แล้วทำไม่ได้ ไม่ต้องแปลกใจครับ เพราะเราจะต้องมีอุปกรณ์และงานระบบ ที่ต้องสนับสนุนให้ฟังชั่นดังกล่าวใช้งานได้ครับ

    การประยุกต์ใช้ เช่น

    ติดเอาไว้ห้อง Safe, หน้าประตูห้องนอน สาวใช้ แอบมาเปิดเรารู้ได้ทันที

    ประตู Stcok คลังสินค้า แอบมาเปิดเรารู้ได้ทันที

    อุปกรณ์และฟังชั่นด้านบนที่ผมเขียนเอาไว้ต้องใช้ร่วมกับกล้องวงจรปิดที่เราจัดให้นะครับ จะซื้อไปใช้ตัวเดียวไม่ได้นะครับ

    Harddisk กล้องวงจรปิด

    ตอนนี้มี Harddisk ความจุสูงสำหรับกล้องวงจรปิดออกมาใหม่

    เป็น Western digital สีม่วง สำหรับกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะ...


    เค้าบอกว่า "ตลาดกล้องวงจรปิดโตมาก เค้าเลยให้ความสำคัญมากขึ้น เค้าว่างั้น"

     

    ตอนนี้เราขายเป็น Seagate surveillance สีม่วงทั้งหมดเลยนะครับ

    หลังจากนำมาขายได้สัก 6 เดือน เรารู้สึกได้ว่าอัตราการเคลม Harddisk ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ..แต่ก็มีเคลมนะครับ ไม่ใช่หายไปเลย ส่วนใหญ่ ที่ลูกค้าแจ้งว่า Harddisk เสียคือ ฟ้าผ่าใกล้ๆ ครับ (อันนี้ไม่รอดอยู่แล้ว)

    เคยมีอยู่ครั้งนึง ฮาร์ดดิสเสีย แล้วมีเหตุการณ์ พอดิบพอดี แล้วลูกค้าต้องการกู้ข้อมูล เอาไปให้ที่ร้านรับกู้ข้อมูล 2 TB ที่ร้านเค้าคิด 20,000 บาท ซึ่งร้านไม่รับประกันนะครับ ว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ จะได้ภาพหรือไม่ คือถ้าให้เค้าทำ ได้ไม่ได้ก็ต้องจ่ายสองหมื่นว่างั้นเถอะ ลูกค้าถอยมาตั้งรับไม่ทันกันเลยทีเดียว Harddisk พวกนี้ ก็ออกแบบมาให้แก้ปัญหาแบบนี้ครับ คือลดอัตราการเสียลง

    สรุปว่าดีขึ้นมากครับ ลดงาน service ได้มากทีเดียว แม้จะแพงกว่าแบบใช้กับคอมพิวเตอร์ปกติก็ตาม

    ตัวอย่างการใช้งาน HD-CVI ผ่านหน้าเครื่องของ HDCVI

    ตัวอย่างการใช้งานผ่านหน้าเครื่อง HD-CVI โดยการต่อเม้าส์ผ่านหน้าเครื่องบันทึก DVR โดยตรง มาเข้ากับจอทีวี

    เกรงว่าถ้าทำเป็นรูปจะเข้าใจยาก เลยทำเป็นไฟล์ วีดีโดให้ดูครับว่าชัดแค่ไหน

    ภาพที่เห็นนี้คือเดินด้วยสาย Rg6 นะครับไม่ใช่สาย LAN 

    คือสายเดิมๆที่เราใช้กันมานานแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนสายใหม่ หากมีกล้องเก่าอยู่แต่ภาพไม่ชัดก็เอากล้องใหม่ และ DVR ตัวใหม่ไปใส่แทนตัวเก่าได้เลย ที่เหลือไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์อะไร

     

    กล้อง HD CVI หมุนได้ ติดในโรงงานสูงๆ มีมั้ย

    กล้อง Speed dome  HD-CVI ภาพ 1.0 MP ชัดมาก

    ไม่ต้องเดินสาย Control สามารถส่งสัญญาณ การ control กล้อง ไปกับสายภาพได้เลย ไม่ต้องเดินสายเพิ่ม แค่ไปตั้งค่า Protocal ที่กล้องและ DVR ให้มันรู้จักกัน เท่านั้น

     

     

    ภาพใน วีดีโอ โชว์การควบคุม Spees dome ผ่านทาง Mouse 

    ที่ต่อโดยตรงกับเครื่อง โดยไม่มีต้องมี key board/Joy Stick นะครับ เอา Mouse USB ต่อเข้าไปตรงๆเลย

    อ้อ กล้อง PTZ ของเราไม่ต้องมีสาย Control ด้วยนะครับ เพราะมันควบคุมผ่านสาย RG6 เลย ไม่ต้องมีสาย Control ให้ยุ่งยาก

     

     

     

     

     

    Speed dome เราชัด และสามารถส่งหมุนซูมได้ทาง Ipad ด้วยนะครับ

     

     

     

    มาแล้ว กล้องชัดแบบ IP ราคาแบบ Analog

    "เร่งเคลียร์สต๊อกสินค้า analog ให้หมด"

    เป็นคำแรกที่เราได้เห็นภาพและราคา จากสินค้าเทคโนโลยีใหม่นี้ HD-CVI

    ดูภาพก่อน เดี๋ยวว่าเราโม้!

    ภาพนี้ลดขนาดภาพลงให้แสดงภาพในเวปได้พอดี ความจริงภาพจะใหญ่กว่านี้นะครับ



    ระบบนี้ จะเดินด้วยสาย RG แบบ เดิม (ราคาถูก) ตัวกล้องวงจรเป็นแบบ IP แต่ข้อต่อเป็น Analog

    และสามารถเดินสายแบบ RG ได้ไกล 500 เมตร (IP เดินสาย LAN ได้แค่ร้อยเมตร)

    กล้องหน้าตาเหมือนกล้องแบบ Analog เลย แต่ๆๆ ไม่สามารถใช้ร่วมกับเครื่องบันทึก Analog ได้นะครับ (ไม่สามารถเอากล้องตัวใหม่ที่ขัดๆนี้ไปใช้งานร่วมกับเครื่องบันทึกเดิม แบบ Analog ได้)

    หมายความว่า ถ้ามีของเก่าอยู่ จะเปลี่ยนให้ชัดขึ้น ต้องเปลี่ยนทั้งเครื่องบันทึกและกล้อง แต่สามารถใช้เครื่องบันทึกใหม่ร่วมกับกล้อง analog แบบเก่าได้ หากไม่ต้องการเปลี่ยนกล้องทั้งหมด

    หากยังไม่มี ก็จัดชุดใหม่นี้ไปได้เลย....




    ปล.ราคาแพงกว่าเดิมนิดหน่อยสัก 20% แบบนี้ 

    พวกรุ่นเก่าๆ ไม่ต้องมาซื้อใช้แล้วนะครับ ราคาต่างกันนิดเดียว แต่ภาพชัดมากๆ แบบนี้ผมเชียร์ให้ซื้อ คุมค่ากับงินที่จ่ายไป

    ระบบนี้มาใหม่ เค้าเรียกว่า HD CVI หากยังไม่รู้จักอ่านนี่ต่อ

    ภาพจากกล้องวงจรปิด IP camera บันทึ่กที่ความละเอียด 1.3 MP

    ภาพจากกล้องวงจรปิด 1.4 MP


    วีดีโออัพโหลดบน youtube โดนลดขนาดไปพอสมควร ทำให้ภาพที่แสดงไม่ชัดเท่าภาพที่ได้จริงนะครับ (ภาพที่ได้จริงชัดกว่านี้)


    วีดีโอนี้เป็นภาพของป้อมยามจากกล้องหมู่บ้านแกรนด์บางกอกบูลเลอร์วาด ที่เราได้ไปติดตั้ง กล้องไอพี


    ภาพนี้เป็นภาพตอนกลางคืนตอนที่แสงไฟหน้ารถสาดเข้ามาที่หน้ากล้องวงจรปิด ก็ยังทำงานได้ปกติ โดยภาพที่ได้ไม่มีอาการ แฟร์ ให้เห็นครับ


    เราไม่ได้ติดไอพีทั้งหมด เราติดเฉพาะจุดที่สำคัญๆครับ บางจุดก็ไอพีบางจุดก็ Analog  ตามความเหมาะสมของหน้างานเพื่อประหยัดงบประมาณ